รองเท้าวิ่ง Daily vs Supershoes ต่างกันยังไง?
ทุกวันนี้รองเท้าวิ่งมีให้เลือกเยอะมาก จนมือใหม่มักงงว่า
“จะซื้อคู่เดียวจบ หรือควรมีทั้ง daily กับ supershoes?”
มาดูแบบเข้าใจง่ายสุด ๆ กันเลย
Daily Trainer — รองเท้าวิ่งประจำวัน
ข้อดี
-
ทนทาน ใส่วิ่งได้บ่อย ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
-
ซัพพอร์ตดี เหมาะกับทุกเพซ
-
ใช้ซ้อมได้ทั้ง easy, long run, tempo
ข้อเสีย
-
หนักกว่า supershoes
-
เด้งน้อยกว่า → ไม่ค่อยรู้สึก “ว้าว”
-
บางรุ่นพอแข่งจริงจะรู้สึกเฉื่อย
เหมาะกับ
มือใหม่ / สายวิ่งชิล / คนที่ซ้อมบ่อยหลายวันต่อสัปดาห์
🟥 Supershoes — รองเท้าวิ่ง “เทพสนามแข่ง”
ข้อดี
-
เบา เด้ง พุ่ง เหมือนติดเทอร์โบ
-
มีแผ่น carbon plate ช่วยรีเทิร์นแรง
-
ทำให้เพซดีขึ้นชัด โดยใช้แรงน้อยลง
ข้อเสีย
-
ราคาสูง (บางคู่หลักหมื่น)
-
อายุใช้งานสั้น (300–400 กม. ก็เริ่มเสื่อม)
-
ใส่วิ่งบ่อยเกินอาจทำให้กล้ามเนื้อไม่ได้ทำงานเต็มที่
เหมาะกับ
วันที่แข่ง / ซ้อมสปีด / วิ่งทดสอบเวลา
💸 แล้วมัน “สิ้นเปลือง” ไหม?
บอกตรง ๆ — ใช่! ถ้าเอามาใส่มั่ว
Supershoes เหมาะกับการใช้เฉพาะช่วงสำคัญ
ถ้าใส่วิ่งทุกวัน = สิ้นเปลืองเงินและเสี่ยงบาดเจ็บจากการสะท้อนแรง
แต่ถ้ามีคู่ Daily ไว้ซ้อมประจำ แล้วเก็บ Supershoes ไว้วันพีค
จะได้ทั้ง “คุ้มค่า” และ “ยืนระยะ” ยาว ๆ
สรุปง่าย ๆ
| ประเภท | Daily Trainer | Supershoes |
|---|---|---|
| น้ำหนัก | มากกว่า | เบา |
| ความเด้ง | ปานกลาง | สูงมาก |
| ความทน | สูง (700–800 กม.) | ต่ำ (300–400 กม.) |
| ราคา | 3,000–6,000 บาท | 8,000–13,000 บาท |
| เหมาะกับ | ซ้อมประจำ | วันแข่งหรือสปีด |
แนะนำการใช้งาน
-
ใช้ Daily Trainer 70–80% ของสัปดาห์ (ซ้อมปกติ)
-
ใช้ Supershoes เฉพาะวันแข่งหรือ tempo/interval สำคัญ
-
อย่าลืม “สลับรองเท้า” เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานหลากหลายขึ้น
สรุป
“รองเท้าแพงไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นทันที แต่ช่วยให้ศักยภาพถูกปลดล็อก”
ดังนั้นต้องรู้จักใช้ให้ถูกจังหวะ แล้วมันจะ “คุ้มทุกบาทที่จ่าย”
เพื่อนอยากให้ผมทำภาพเปรียบเทียบ “รองเท้า daily สีหนึ่ง / supershoes อีกสี” แบบเทียบกันในภาพเดียวมั้ย? จะได้ใช้ลงประกอบบทความได้สวย ๆ เลย
