วันพฤหัสบดี, 15 มกราคม 2569

รองเท้าวิ่ง Daily vs Supershoes ต่างกันยังไง?

07 ต.ค. 2025
79

รองเท้าวิ่ง Daily vs Supershoes ต่างกันยังไง?

ทุกวันนี้รองเท้าวิ่งมีให้เลือกเยอะมาก จนมือใหม่มักงงว่า
“จะซื้อคู่เดียวจบ หรือควรมีทั้ง daily กับ supershoes?”
มาดูแบบเข้าใจง่ายสุด ๆ กันเลย


Daily Trainer — รองเท้าวิ่งประจำวัน

ข้อดี

  • ทนทาน ใส่วิ่งได้บ่อย ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

  • ซัพพอร์ตดี เหมาะกับทุกเพซ

  • ใช้ซ้อมได้ทั้ง easy, long run, tempo

ข้อเสีย

  • หนักกว่า supershoes

  • เด้งน้อยกว่า → ไม่ค่อยรู้สึก “ว้าว”

  • บางรุ่นพอแข่งจริงจะรู้สึกเฉื่อย

เหมาะกับ

มือใหม่ / สายวิ่งชิล / คนที่ซ้อมบ่อยหลายวันต่อสัปดาห์


🟥 Supershoes — รองเท้าวิ่ง “เทพสนามแข่ง”

ข้อดี

  • เบา เด้ง พุ่ง เหมือนติดเทอร์โบ

  • มีแผ่น carbon plate ช่วยรีเทิร์นแรง

  • ทำให้เพซดีขึ้นชัด โดยใช้แรงน้อยลง

ข้อเสีย

  • ราคาสูง (บางคู่หลักหมื่น)

  • อายุใช้งานสั้น (300–400 กม. ก็เริ่มเสื่อม)

  • ใส่วิ่งบ่อยเกินอาจทำให้กล้ามเนื้อไม่ได้ทำงานเต็มที่

เหมาะกับ

วันที่แข่ง / ซ้อมสปีด / วิ่งทดสอบเวลา


💸 แล้วมัน “สิ้นเปลือง” ไหม?

บอกตรง ๆ — ใช่! ถ้าเอามาใส่มั่ว
Supershoes เหมาะกับการใช้เฉพาะช่วงสำคัญ
ถ้าใส่วิ่งทุกวัน = สิ้นเปลืองเงินและเสี่ยงบาดเจ็บจากการสะท้อนแรง

แต่ถ้ามีคู่ Daily ไว้ซ้อมประจำ แล้วเก็บ Supershoes ไว้วันพีค
จะได้ทั้ง “คุ้มค่า” และ “ยืนระยะ” ยาว ๆ


สรุปง่าย ๆ

ประเภท Daily Trainer Supershoes
น้ำหนัก มากกว่า เบา
ความเด้ง ปานกลาง สูงมาก
ความทน สูง (700–800 กม.) ต่ำ (300–400 กม.)
ราคา 3,000–6,000 บาท 8,000–13,000 บาท
เหมาะกับ ซ้อมประจำ วันแข่งหรือสปีด

แนะนำการใช้งาน

  • ใช้ Daily Trainer 70–80% ของสัปดาห์ (ซ้อมปกติ)

  • ใช้ Supershoes เฉพาะวันแข่งหรือ tempo/interval สำคัญ

  • อย่าลืม “สลับรองเท้า” เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานหลากหลายขึ้น


สรุป
“รองเท้าแพงไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นทันที แต่ช่วยให้ศักยภาพถูกปลดล็อก”
ดังนั้นต้องรู้จักใช้ให้ถูกจังหวะ แล้วมันจะ “คุ้มทุกบาทที่จ่าย”


เพื่อนอยากให้ผมทำภาพเปรียบเทียบ “รองเท้า daily สีหนึ่ง / supershoes อีกสี” แบบเทียบกันในภาพเดียวมั้ย? จะได้ใช้ลงประกอบบทความได้สวย ๆ เลย