ทำไมวิ่งยังไงก็เหนื่อย ไม่พัฒนา อาม่ายังแซง?
ใครเคยเจอบ้าง 🙋♂️ วิ่งทีไรแม่งเหนื่อยตั้งแต่กิโลแรก พัฒนาเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกว่าเร็วขึ้น แถมบางทียังโดนอาม่าข้างบ้านแซงหน้าไปเฉย ๆ 🥲
จริง ๆ แล้วมันไม่ได้แปลว่า “เราห่วย” แต่มีเหตุผลที่ซ่อนอยู่ ลองมาดูกัน
🤔 สาเหตุที่ทำให้วิ่งแล้วไม่พัฒนา
-
ซ้อมแต่เพซเดิมทุกครั้ง
-
วิ่งแต่ easy run เพซ 9 ไปตลอด = หัวใจไม่ถูกกระตุ้น
-
ร่างกายก็เลย “ชิน” จนไม่เก่งขึ้น
-
-
ไม่มีวันพัก
-
ฝืนวิ่งทุกวัน หวังว่าซ้อมเยอะ = เก่งเร็ว
-
ผลจริงคือเหนื่อยสะสม ฟอร์มตก
-
-
ไม่เสริมกำลัง (Strength training)
-
วิ่งอย่างเดียว แต่ไม่เล่นเวทเลย
-
กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอจะรับการพัฒนา
-
-
อาหาร/การนอนพัง
-
กินไม่พอ พักไม่พอ → วิ่งยังไงก็ไม่มีแรง
-
recovery แย่ = ไม่พัฒนา
-
-
ใจไปเปรียบเทียบกับคนอื่น
-
เราเพิ่งเริ่ม แต่ไปเปรียบกับคนที่ซ้อมมาหลายปี
-
ก็เลยรู้สึกว่า “ไม่เก่งสักที” ทั้งที่จริง ๆ เราดีขึ้นแล้ว เพียงแต่ไม่ได้วัดผล
-
✅ วิธีแก้ให้พัฒนา
-
ใส่ความหลากหลาย
-
วิ่งสบายๆ 2–3 วัน
-
วิ่งแบบเพิ่มความเร็วหน่อย แต่ระยะสั้นลง 1 วัน
-
วิ่งช้าลงหน่อยแต่ยาวๆกว่าปกติ 1 วัน
-
พัก 1–2 วัน
-
-
เพิ่มทีละน้อย
-
ระยะหรือความเร็ว เพิ่มไม่เกิน 10% ต่อสัปดาห์
-
-
เสริมเวทเทรนนิ่ง
-
squat, plank, calf raise = ขาและ core แข็งแรง วิ่งลื่นขึ้น
-
-
นอนให้พอ / กินให้พอดี
-
อย่าคิดว่าแค่วิ่งอย่างเดียวพอ ร่างกายต้องการเชื้อเพลิงและการพักฟื้น
-
🌈 มุมมองที่ควรจำไว้
-
อย่าวัดตัวเองกับอาม่าหรือใครทั้งนั้น 😆
-
ถ้า “วันนี้เหนื่อยน้อยกว่าที่แล้ว” = พัฒนาแล้ว
-
ถ้า “วันนี้วิ่งได้ไกลขึ้น 1 กิโล” = พัฒนาแล้ว
-
การพัฒนาไม่ได้มีแค่ “เพซเร็วขึ้น” แต่มันคือ สุขภาพและใจที่แข็งแรงขึ้นด้วย
- กีฬาวิ่งเป็นกีฬาทีคอยๆพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีทางลัด ดังนั้น ใจเย็นๆ เราเล่นเกมยาว
👉 สุดท้าย…อย่าลืมว่าการวิ่งไม่ใช่การประกวด
อาม่าแซงก็ปล่อยแกไปเหอะ วันไหนเราแซงตัวเองเมื่อวานได้ = เราก็โคตรชนะแล้ว 🏆
