ทำไมเวทเทรนนิ่งถึงสำคัญ
-
เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ (Strength)
กล้ามเนื้อขาและสะโพกที่แข็งแรง = ก้าวมั่นคง และใช้แรงน้อยลงต่อหนึ่งก้าว -
ลดอาการบาดเจ็บ
เวทช่วยให้กล้ามเนื้อรอบข้อต่อ เช่น เข่า เอ็นร้อยหวาย สะโพก ทำงานสมดุล -
ทำให้เพซนิ่งขึ้น
กล้ามเนื้อที่แข็งแรง = ฟอร์มไม่ยุบตอนเหนื่อย วิ่งได้เสถียรยาวกว่าเดิม
ท่าพื้นฐานที่ได้ผลดี
-
Squat (ยกน้ำหนักก็ดีหรือไม่ยกก็ได้)
-
ฝึกกล้ามต้นขา หน้าขา หลังขา สะโพก
-
เน้นหลังตรง น้ำหนักลงกลางเท้า
-
-
Lunge (ก้าวเดินย่อเข่า)
-
ฝึกความมั่นคงของขาและแกนกลาง
-
ทำช้า ๆ ควบคุมทุกก้าว เน้นบริเวณหน้าขา
-
-
Calf raise (เขย่งปลายเท้า)
-
เสริมความแข็งแรงน่องและเอ็นร้อยหวาย ลดความเสี่ยงเจ็บรองช้ำ
-
-
Single-leg deadlift (ยกขาเดียว)
-
ฝึกบาลานซ์ ลดอาการเข่าบิดหรือเท้าล้มข้าง
-
-
Glute bridge
-
เพิ่มพลังสะโพกและ core ซึ่งเป็นหัวใจของแรงส่ง
-
โปรแกรมง่าย ๆ สำหรับนักวิ่ง
-
สัปดาห์ละ 2 วัน ก็พอ
-
ทำท่าละ 3 เซ็ต เซ็ตละ 10–15 ครั้ง
-
เน้น form สวย ไม่ต้องทำหนัก
ตัวอย่าง:
วันศุกร์หลังวันอินเวอร์วัล
วันพุธ หลังวันเทมโป
ทำไมคนทั่วไปถึงไม่ทำ
-
คิดว่าไม่ค่อยมีผลเห็นชัด
-
ขี้เกียจ เพราะวิ่งเหนื่อยอยู่แล้วเดี๋ยวหนักไป
-
คิดว่า “วิ่งเยอะก็พอ”
แต่จริง ๆ แล้ว เวทเทรนนิ่ง = เครื่องเร่งพัฒนา ที่ช่วยให้ทั้งเร็วขึ้น อึดขึ้น เจ็บน้อยลง ท่าวิ่งดีขึ้น
สรุป
อยากขาแรง วิ่งดี วิ่งได้นาน
ไม่ต้องซ้อมวิ่งเยอะๆมากเกินไป แค่ “เสริมเวทให้ถูกจุด”
แล้วร่างกายจะตอบแทนด้วยเพซที่นิ่งขึ้น วิ่งลื่นขึ้น ก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
