ซ้อมวิ่งต้องเวทด้วย เพราะอะไร?
ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ
กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยพยุงข้อและดูดซับแรงกระแทกได้ดี
โดยเฉพาะ “แกนกลางลำตัว” กับ “กล้ามเนื้อสะโพก” ที่มักเป็นจุดอ่อนของนักวิ่ง
ขาที่ล้าเร็วนี่ส่วนมากมาจาก core อ่อน หรือสะโพกไม่ทำงานเต็มที่
เพิ่มประสิทธิภาพการวิ่ง
ถ้ากล้ามขา สะโพก และน่องแข็งแรง จะช่วยให้วิ่งได้ “นานกว่า เดิมแรงเท่าเดิม”
ก้าวมั่นคงกว่า วิ่งลื่นกว่า โดยใช้แรงเท่าเดิม
ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
หลังวิ่งหรือซ้อมหนัก ร่างกายที่มีมวลกล้ามเนื้อสมดุล
จะดึงสารอาหารและซ่อมแซมตัวเองได้ไวกว่า
พูดง่าย ๆ คือ “วิ่งวันเว้นวันหรือทุกวันได้ โดยไม่ต้องพักยาว”
เตรียมร่างกายสำหรับการพัฒนา
อยากวิ่งเร็วขึ้นหรือยาวขึ้น ร่างกายต้อง พร้อมรับโหลดเพิ่ม ก่อน
เวทเทรนนิ่งคือการทำให้ร่างกายทนรับแรงกระแทกจากระยะและเพซที่มากขึ้น
ไม่อย่างนั้นก็จะต้อง “วนกลับไปเริ่มใหม่” ทุกครั้งที่เจ็บ หรือเจ็บไม่หาย
ตัวอย่างท่าเวทพื้นฐานที่นักวิ่งควรทำ
-
Squat: เสริมขาและสะโพก
-
Lunge: ฝึกบาลานซ์และแรงส่ง
-
Plank: เสริม core ให้ร่างกายไม่โยก
-
Deadlift: เสริมหลังขาและสะโพก
-
Calf Raise: เสริมความแข็งแรงของน่องและข้อเท้า
สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ท่าละ 3 เซ็ต เซ็ตละ 10–15 ครั้ง
ถ้าทำต่อเนื่อง 2–3 เดือน จะรู้เลยว่าร่างกาย “นิ่งขึ้น วิ่งสบายขึ้น”
สรุป “อยากวิ่งเร็ว อย่าวิ่งอย่างเดียว”
วิ่งเก่งไม่ใช่คนที่วิ่งเยอะสุด แต่คือคนที่ “จัดการร่างกายตัวเองดีที่สุด”
เวทเทรนนิ่งไม่ใช่การเพิ่มภาระ แต่คือการ “ลงทุนให้ร่างกาย”
เพื่อที่วันหนึ่งจะได้วิ่งโดยไม่ต้องกลัวว่า “ต้องเริ่มใหม่เพราะเจ็บอีก”
