วิ่งตากฝน ดีหรือไม่ดี? รวมข้อดีและข้อเสียที่นักวิ่งควรรู้
บางวันวางแผนวิ่งไว้ดี ๆ ฟ้าไม่เป็นใจ ฝนดันตก แต่ใจก็อยากออกไปวิ่ง
แล้วตกลงวิ่งตากฝนมันดีหรือแย่วะ?
จริง ๆ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับว่าเราเตรียมตัวยังไง
🌧️ ข้อเสียของการวิ่งตากฝน
-
การเสียดสี (Chafing)
-
เสื้อผ้าเปียก น้ำหนักผ้าหนักขึ้น + ลื่น ๆ ติดผิว = เสียดสีง่าย โดยเฉพาะรักแร้ ขาหนีบ และหัวนม (ชาย)
-
เคยมีคนเจ็บจนเลือดซึมมาแล้วนะเพื่อน 😅
-
-
รองเท้าพัง
-
รองเท้าเปียกน้ำบ่อย ๆ ทำให้กาวเสื่อม พื้นยุ่ยเร็ว
-
บางครั้งรองเท้าหนักขึ้นมากจนรู้สึกวิ่งไม่ออก
-
-
เสี่ยงป่วย
-
ตากฝนเสร็จแล้วไม่รีบเปลี่ยนชุด/อาบน้ำ = โอกาสเป็นหวัดสูง
-
โดยเฉพาะถ้าวิ่งกลางฝนแล้วไปเจอห้องแอร์เย็น ๆ ต่อเลย
-
🌈 ข้อดีของการวิ่งตากฝน
-
เย็นสบาย
-
อากาศชื้น + ลมพัด + ฝนตก → วิ่งแล้วไม่ร้อน
-
บางทีเพซออกมาดีกว่าอากาศร้อนจัด ๆ ด้วย
-
-
ได้ฟีลเหมือนบ้าดี ๆ
-
หลายคนบอกว่า “มันเหมือนการทำลายกำแพงบางอย่าง”
-
วิ่งตากฝนแล้วรู้สึกอิสระ สะใจ เหมือนปลดล็อกความกลัวในใจ
-
-
ฝึกกายใจให้แข็งแรง
-
เวลาแข่งจริงเราเจอสภาพอากาศแบบไหนก็ต้องไปต่อ
-
การซ้อมวิ่งตากฝนบางครั้งช่วยให้เราชินกับความไม่แน่นอน
-
-
บรรยากาศโคตรชิลล์
-
ฟังดูเวอร์แต่จริง บางทีถนนโล่ง คนหายหมด เหลือแค่เรากับสายฝน = วิ่งแล้วเหมือนเล่น MV 😆
-
✅ สรุป
วิ่งตากฝน = สนุก + โหดในตัวเอง
-
ข้อดี: เย็นสบาย ฟีลมันส์ ปลดล็อกกำแพงใจ
-
ข้อเสีย: เสียดสี รองเท้าเปียกพัง เสี่ยงป่วย
👉 ถ้าอยากลองปลดล็อคตัวเองหรือจำเป็นต้องหวดแล้วจริงๆ แนะนำว่า:
-
เลือกฝนปรอย ๆ ไม่ใช่พายุ
-
ทาวาสลีน/เจลป้องกันเสียดสีก่อนออก
-
กลับมาควรรีบล้างตัว เปลี่ยนชุด และตากรองเท้าให้แห้ง
